รู้จักการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษไว้เผื่อได้ใช้ในอนาคต!

รู้จักการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษไว้เผื่อได้ใช้ในอนาคต! การสอบวัดระดับภาษามีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น TOEIC, TOEFL, IELTS ฯลฯ ซึ่งแต่ละการสอบนั้นก็นำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกันไป ซึ่งทั้งสามอย่างนี้ คือการสอบวัดระดับทางภาษาอังกฤษ ที่เป็นมาตรฐานของมหาวิทยาลัย หรือองค์กร รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ ของโลก

แต่การสอบทั้งสามอย่างนี้มันไม่ได้มีความเหมือนกันทั้งหมด เพราะทั้งสามการสอบมีข้อแตกต่างกันอยู่หลายจุด ระหว่าง IELTS  TOEIC และ TOEFL สามารถนำเอาไปใช้กับอะไรบ้าง ดังนั้นเรามาไขข้อสงสัยกันเลย

1_TOEIC

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ต้องการสมัครงาน นิยมเรียกสั้นๆ ว่า โทอิก โดยการทดสอบจะเน้นการฟังและการอ่านเป็นหลัก คือมีข้อสอบปรนัย แบ่งเป็น การฟัง 100 ข้อ 495 คะแนน และ การอ่าน 100 ข้อ 495 คะแนน รวมจำนวนข้อสอบทั้งสิ้น 200 ข้อ คะแนนเต็ม 990 คะแนน แต่ปัจจุบันนี้แบ่งเป็น TOEIC Listening and Reading Test (การฟังและการอ่าน) และ TOEIC Speaking and Writing Tests (การพูดและการฟัง) ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายหน่วยงานองค์กร รวมถึงบริษัทของต่างชาติที่ต้องการผลคะแนนโทอิค เช่น บริษัทสายการบิน ซึ่งแต่ละสายการบินก็กำหนดคะแนนขั้นต่ำของโทอิคแตกต่างกันไป แต่โดยส่วนมากจะอยู่ในระดับที่ 550 – 700 คะแนน นอกจากนี้บริษัทส่วนใหญ่จะเสนอให้พนักงานได้เลื่อนตำแหน่ง หรือปรับขึ้นเงินเดือน แต่จะต้องการคะแนนโทอิคอยู่ที่ 500 – 600 คะแนน นั่นเอง

TOEFL ย่อมาจาก Test of English as a Foreign Language เป็นแบบทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ นิยมเรียกสั้นๆ ว่า โทเฟิล หรือ โทเฟล โดยการทดสอบจะครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะคือฟัง พูด อ่าน และเขียน แต่ละส่วนจะมีคะแนนให้ 30 คะแนนรวมทั้งหมดเป็น 120 คะแนน ซึ่ง TOEFL ใช้สำหรับศึกษาต่อในอเมริกาโดยเฉพาะ โดยส่วนมากจะเป็นการวัดระดับการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ในห้องเรียน หรือสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งถือว่าคะแนนโทเฟลมีผลมากในการเลือกมหาวิทยาลัย และคณะที่จะเข้าศึกษาต่อ ดังนั้นหากคะแนนโทเฟลอยู่ในระดับสูง โอกาสที่จะได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำก็มีสูงขึ้น แต่ถ้าคะแนนอยู่ในระดับต่ำลงมาเรื่อยๆ โอกาสที่จะได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำก็ลดลงมาตามลำดับ

3_IELTS

IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System การวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับผู้สนใจทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่สนใจไปเรียนต่อต่างประเทศหรือต้องไปทำงานต่างประเทศ นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ไอเอลส์ โดยการทดสอบจะครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะคือฟัง พูด อ่าน และเขียน จากนั้นจึงนำมาวัดระดับความสามารถทางภาษาซึ่งมีทั้งหมด 9 ระดับ ระดับ 1 คือไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เลย และระดับ 9 คือความสามารถในการใช้ภาษาดีเลิศ ซึ่ง IELTS ใช้สำหรับศึกษาต่อในประเทศฝั่งยุโรป เช่น อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ หรือออสเตรเลีย (ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษแบบ British) หรือเข้าทำงานในธุรกิจต่าง ๆ (ซึ่งจะเน้นไปในบริษัทข้ามชาติที่มาจากยุโรป)

แต่ปัจจุบันนี้ การใช้คะแนนในการยื่นนั้นไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว อย่าง TOEFL เอง มหาวิทยาลัยชั้นนำส่วนใหญ่ทั้งในอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือแคนาดา ต่างก็ยอมรับผลสอบ TOEFL เพื่อการพิจารณาในการรับสมัครแล้ว เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้การเลือกสมัครสอบประเภทไหนนั้นก็แล้วแต่จุดประสงค์ หรือแล้วแต่ข้อกำหนดของสถาบันการศึกษาหรือบริษัทต่าง ๆ กำหนดเท่านั้น

แน่นอนว่าการทดสอบทั้ง 3 แบบนั้นเป็นการทดสอบทางด้านภาษา ฉะนั้นจึงมีความสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไม่ว่าจะเป็นงานการบิน งานโรงแรม งานท่องเที่ยว การทำงานในบริษัทข้ามชาติ ที่ต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ผลสอบเหล่านี้จะช่วยยืนยันว่าคุณมีความสามารถในการใช้ภาษา เมื่อคุณยื่นผลการสอบประกอบการสมัครงานก็จะช่วยให้เรซูเม่ของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผลการสอบวัดระดับภาษายังช่วยปรับเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง หรือช่วยให้คุณมีโอกาสได้ไปสัมนาต่างประเทศในนามบริษัท (กรณีที่บริษัทสนับสนุน) อีกด้วย

          ทั้งนี้เกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ หรือคะแนนที่ถือว่าผ่านนั่นเอง ส่วนใหญ่ทั้งในการศึกษาต่อและในการทำงานจะมีเกณฑ์ประมาณนี้

           คะแนน TOEIC ที่ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือ = โดยปกติไม่ได้มีหลักเกณฑ์ตายตัวว่าจะต้องได้กี่คะแนนแต่งานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชนบางแห่งจะตั้งเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ 450 / 550 / 650 ซึ่งต้องดูกฎเกณฑ์ของแต่ละที่ประกอบ

          คะแนน TOEFL ที่ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือ = ส่วนใหญ่ตามสถาบันการศึกษาหรือบริษัทเอกชนต่าง ๆ จะกำหนดว่าต้องได้คะแนนประมาณ 79/120 (แบบใหม่) หรือ 550/677 (แบบเก่า)

          คะแนน IELTS ที่ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือ = ด้วยความที่ IELTS แบ่งเป็น 9 ระดับซึ่งระดับที่ถือว่าใช้ได้ ผ่านเกณฑ์คือ 5.5 หรือ 6.5 ขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาหรือแต่ละบริษัท)

           เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณมีความสนใจในการทำงานร่วมกับบริษัทต่างชาติ ต้องการปรับเลื่อนเงินเดือน หรือต้องการสร้างความน่าเชื่อถือทางภาษาก็สามารถไปสมัครทดสอบความสามารถทางภาษาได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผลการสอบจะสามารถใช้ได้ภายใน 2 ปีเท่านั้นหากเกินกว่านั้นและคุณจำเป็นต้องสอบอีกครั้ง ทราบอย่างนี้แล้ว น้องๆ ที่มีความตั้งใจอยากจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือเข้าทำงานทั้งในไทยและต่างประเทศ และจำเป็นต้องใช้ผลการสอบวัดระดับทางภาษา ก็คงจะตัดสินใจแล้วใช่ไหมคะว่าควรจะเลือกสอบ IELTS, TOEIC หรือ TOEFL ดี แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าลืมฝึกการใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงคำศัพท์ต่างๆ ให้มากๆ ด้วยล่ะ

มารู้จักกับกีฬาชนิดต่างๆ กัน รู้จัก กีฬาฮอกกี้ (Hockey) , รู้จักกีฬาว่ายน้ำ และประเภทของการแข่งขันว่ายน้ำ