เปิดทริปตะลุย “ประเทศนอร์เวย์” ดินแดนแห่งหมู่เกาะ ที่คุณห้ามพลาด! นอร์เวย์ ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งหมู่เกาะ ที่ตั้งอยู่ในยุโรปเหนือและทางด้านตะวันตกของคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย เป็นประเทศที่มีชายฝั่งยาวและเป็นที่ตั้งของฟยอร์ดที่มีชื่อเสียง ซึ่งภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาน้ำแข็งปกคลุมมากกว่าครึ่งประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่สูงและภูเขาสูงจะมีน้ำแข็งปกคลุมตลอดทั้งปี และเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวตลอดทั้งปี วันนี้เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน โดยจะมีที่ไหนบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

1. เบอร์เกน (Bergen)

เบร์เกนตั้งอยู่ในและเป็นศูนย์การปกครองของเทศมณฑล Hordaland บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาค โดยถือกันอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็นเมืองหลวงของนอร์เวย์ตะวันตกและบางครั้งถูกเรียกเป็นเมืองหลวงฝั่งแอตแลนติกของนอร์เวย์ แบร์เกนเป็นหนึ่งในเก้าเมืองที่ถูกยกย่องให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปในปีสหัสวรรษท่าเรือซึ่งกินบริเวณข้ามเทศบาลต่าง ๆ ของแบร์เกนเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์และเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

ธุรกิจและกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรใต้น้ำ และการเดินเรือในแบร์เกนนั้นใหญ่มาก สถาบันวิจัยสมุทรศาสตร์ Institute of Marine Research ในแบร์เกนนั้นใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป แบร์เกนเป็นฐานทัพหลักของราชนาวีนอร์เวย์ และสนามบินนานาชาติ Flesland ก็เป็นลานขึ้นลงเฮลิคอปเตอร์หลักของบริษัท North Sea oil และอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมันและก๊าซเบอร์เกน (Bergen) เป็นเมืองหลวงแห่งศิลปะ

2. โทรลล์ทุงกา (Trolltunga)

Trolltunga เป็นภาษานอร์เวย์ แปลว่า “ลิ้นของโทรลล์” (Troll’s Tongue) ตามลักษณะที่เป็นแผ่นหินบางชี้ยื่นออกมาจากผา ที่ความสูง 2,300 ฟุต (700 เมตร) เหนือทะเลสาบ Ringedalsvatnet ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Sorfjorden Fjord ในเมือง Odda มณฑล Hardanger ทางตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ บนยอดผา นักเดินทางจะได้ชื่นชมทิวทัศน์ของภูมิประเทศแบบเฉพาะที่เรียกกันว่า ฟยอร์ด (Fjord) ซึ่งมีลักษณะเป็นหุบเขาเว้าแหว่งบริเวณปากอ่าว ที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งตั้งแต่ยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายเมื่อกว่าหมื่นปีก่อน

นอกจากความงามของทัศนียภาพ ความน่าหวาดเสียวของ Trolltunga ยังได้ดึงดูดนักผจญภัยผู้เสพติดอดรีนะลินจากทั่วโลกให้เดินทางมาพิชิต เหล่านักเดินทางบ้าพลังทั้งหลายนิยมมาที่ผาแห่งนี้ เพื่อทำกิจกรรมเสี่ยงตาย เป็นต้นว่า หกสูงที่ปลายหน้าผา นั่งห้อยขาที่ขอบผา แต่ถึงแม้ Trolltunga จะเป็นสถานที่ที่ดูเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่ที่แห่งนี้ไม่เคยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการตกจากหน้าผาแม้แต่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีแม้แต่ราวรั้วกั้นเพื่อความปลอดภัยด้วยซ้ำ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่มองว่าเป็นการทำลายทัศนียภาพของธรรมชาติ

3. ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord)

ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันงดงาม น้ำตกธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกโดยไม่มีสิ้นสุด พืชพรรณอันเขียวชอุ่ม และสายรุ้งที่พาดผ่านท้องฟ้าเป็นแนวอันสวยงาม พร้อมแล้วที่จะให้คุณออกไปสำรวจกับธรรมชาติอันน่าทึ่งนี้ สำหรับคนที่รักธรรมชาติไกแรงเกอร์ฟยอร์ด มีสิ่งให้คุณเลือกมากมาย สัมผัสกับฟยอร์ดและน้ำตกจากทริปท่องเที่ยว เดินป่าในสภาพแวดล้อมที่สวยงาม หรือสัมผัสฟยอร์ดจากมุมมองใหม่ในเรือคายัค

อีกทั้งยังมีกิจกรรมยอดนิยมอื่น ๆ ได้แก่ การตกปลา ล่องแพ และขี่จักรยาน นอกเหนือจากการมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานให้กับผู้มาเยือนไกแรงเกอร์ฟยอร์ด ยังต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เสริมสร้างคุณค่าทางสังคม และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เทศบาล และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อรับรองว่าจุดหมายปลายทางเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและเยี่ยมชม

4. หมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard Islands)

หมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard Islands) หมู่เกาะสวาลบาร์ดตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติกครึ่งทางระหว่างนอร์เวย์และขั้วโลกเหนือ “สวาลบาร์ด” หมายถึง “ชายฝั่งเย็น” และถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในตำราของไอซ์แลนด์ อย่างไรก็ตามหมู่เกาะมีสภาพภูมิอากาศที่ไม่ค่อยหนาวเย็นมากนักเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ๆ ในละติจูดเดียวกัน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -14 °C ในช่วงฤดูหนาว และ 6 °C ในช่วงฤดูร้อน ที่นี่คุณจะพบกับอาร์กติกที่ยังไม่ถูกทำลายและสัตว์ป่าที่ไม่เหมือนที่ไหนในสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็น สวาลบาร์ดดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน

สัตว์ป่าที่อุดมไปด้วยธรรมชาติอาร์กติก และเมืองขุดเก่าล้วนอยู่บนเกาะซึ่งมีความงดงามและน่ากลัว ลองเยียร์เบียนคือศูนย์กลางการปกครองและการตั้งถิ่นฐานที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ ชุมชนขนาดเล็กที่มีสีสันแห่งนี้ แตกต่างจากเมืองหมู่บ้านทั่วไปที่มีชุมชนทันสมัย มีธุรกิจและอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท รวมถึงกิจกรรมและโอกาสทางวัฒนธรรมที่น่าประหลาดใจ

5. เมืองทรอมโซ (Tromso)

เมือง Tromso ที่น่าอยู่นี้ล้อมรอบด้วยภูเขาที่งดงามราวภาพวาด สำรวจพิพิธภัณฑ์และแกลอรี่ศิลปะ พักผ่อนในสวนอัลไพน์ และสัมผัสกับประสบการณ์ธรรมชาติสองอย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจ นั่นคือ พระอาทิตย์เที่ยงคืนและแสงเหนือ Tromso เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของนอร์เวย์ โดยอยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกไปทางตอนเหนือ 350 กิโลเมตร ตัวเมืองมีสีสันสดใสอยู่บริเวณที่ลาดลุ่มฝั่งตะวันออกของเกาะ Tromsoya สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในเมืองได้แก่ Tromso Domkirke

ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอทิก ดูผลงานศิลปะของชาวนอร์เวย์ที่แกลอรี่ศิลปะร่วมสมัย Tromso และที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะนอร์เวย์ตอนเหนือ เรียนรู้ประวัติการทำประมงในเขตอาร์กติก และสำรวจพิพิธภัณฑ์ Polar ดูแมวน้ำเคราและปลาที่อาศัยในน้ำเย็นที่ Polaria ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและศูนย์วิทยาศาสตร์ในรูปแบบอาร์กติก เจาะลึกถึงวัฒนธรรมด้านเบียร์ท้องถิ่นที่ Mack’s Brewery ถือว่าเป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงดงามของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญทั้ง เเสงเหนือ เเละพระอาทิตย์เที่ยงคืนในดินเเดนเเถบนี้

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว ทรอมโซ (Tromso) เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากจะเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ ด้วยที่นี่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล จึงเป็นเมืองที่สามารถชมปรากฏการณ์แสงเหนือได้แบบอลังการ แม้ว่าทรอมโซจะเป็นเมืองท่าที่สำคัญของนอร์เวย์ แต่ที่นี่ก็ยังคงเงียบสงบ มีวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น น่ามาเที่ยวอย่างยิ่ง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ เปิดทริปตะลุย “ประเทศนอร์เวย์” ดินแดนแห่งหมู่เกาะ ที่คุณห้ามพลาด! ที่เราได้นำมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน บอกเลยว่าแต่ละสถานที่นั้นสวยมาก ๆ ถ้าหากเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปเยือนรับรองว่าจะประทับใจ และตกหลุมรักอย่างแน่นอนค่ะ สถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มเติม 4 ที่เที่ยวสุดสวย ในแถบสแกนดิเนเวีย (Scandinavia)

บทความน่ารู้อื่น ๆ : การออมเงินตามวันเกิด เพื่อธุรกิจในอนาคต!